หากพูดถึงในกรณีของเจ้าสัวบุญชัย
ที่ออกมาเชิญชวนให้คนมาปฏิบัติธรรมที่วัดพระธรรมกาย
ที่ทางเจ้าหน้าที่ภาครัฐ สั่งจับตาว่าจะเป็นการปลุกระดมคน เพื่อจัดการชุมนุม ขัดขวางเจ้าหน้าที่ในการทำงานหรือไม่
ก็คงต้องเป็นเรื่องของทางตำรวจ พิจารณาไป
แต่สำหรับมุมมองอีกข้างหนึ่ง ผมกลับมองว่า
ในเรื่องคนที่มาปฏิบัติธรรมของทางวัดก็มีเยอะมากๆอยู่แล้ว
การที่จะชวนมาปฏิบัติธรรมก็ชวนมาจริงๆ มาปฏิบัติธรรมจริง
ส่วนเรื่องเจตนาแอบแฝงว่ามาชุมนุมอะไรหรือเปล่า
อย่ามาชี้นำไปก่อนเพื่อเป็นประเด็นสังคม
ให้ดูตามเจตนา คือมาปฏิบัติธรรม
มาช่วยงานปฏิบัติธรรม หรือมากลั่นจิตกลั่นใจให้ใส ก็เป็นเรื่องของเขาที่จะทำได้จะพูดได้โดยสุจริตใจ ซึ่งวัดนี้ทำเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว
ส่วนในเรื่องจะออกหมายจับในข้อหาขัดขวาง
ต้องดูที่เจตนาด้วยว่ามีเจตนาขัดขวางหรือเปล่า
เจตนาก็คือสิ่งที่แสดงออกมา
ซึ่งก็ไม่ได้เห็นว่ามีเจตนาขัดขวางอะไร
เป็นเจตนาที่แสดงความบริสุทธิ์ใจ
เขาก็แค่เรียกร้องให้ทางองค์กรของรัฐแสดงความบริสุทธิ์ใจเหมือนกับที่ทางวัดพระธรรมกายได้แสดงถึงความบริสุทธิ์ใจตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
"เจ้าหน้าที่รัฐก็เพียงแค่แสดงให้เห็นว่า
ยังมีความยุติธรรมอยู่
ก็เท่านัั้น"
มาตรการที่ทางรัฐใช้กับหลวงพ่อธัมมชโย ทางวัดพระธรรมกาย หรือคนที่เข้ามาเป็นสาธุชนก็แล้วแต่
การที่เค้าจะเข้ามาแบบนี้ก็ต้องดูถึงความเหมาะสมด้วยว่าเป็นความเหมาะสมไหม
และคดีมันรุนแรงขนาดไหน ถึงจะต้องใช้มาตรการต่างๆเหมือนที่ได้ทำไว้
เรื่องเจ้าสัวบุญชัยก็เป็นเรื่องปกติ และควรจะเป็นแบบนี้ เพราะที่วัดก็นั่งสมาธิกันเป็นเรื่องหลักอยู่แล้ว
ถ้าเจ้าหน้าที่ถามเจ้าสัวว่า ที่เชิญชวนมีเจตนาแอบแฝงหรือเปล่า
ก็ต้องถามกลับไปว่า
"แล้วเจ้าหน้าที่หล่ะ
มีเจตนาแอบแฝงหรือเปล่า"
ทำไมถึงจะต้องมานั่งจับพระ ทั้งแก่ ทั้งป่วย และทำความดีนั้นด้วย
คุณไม่มีเจตนาแอบแฝงอะไรจริงๆหรือเปล่า
ต้องการจะทำให้วัดเสียชื่อเสียง
หรือต้องการให้มีเหตุอย่างอื่น
โดยใช้กฎหมายมาเป็นเครื่องมือในการสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองหรือเปล่า
การที่จะจับคนอื่น แม้เข้าองค์ประกอบการรับผิดก็จริง แต่ต้องดูที่เจตนาเขาด้วย
ถ้าเขาไม่ได้มีเจตนาจริงๆ คุณจะไปจับเขา เหมือนเป็นการกลั่นแกล้งเขามากกว่า
ความยุติธรรมก็ไม่เกิดขึ้น
สุดท้ายนอกจากความยุติธรรมไม่เกิดขึ้น
ยังเป็นการสร้างปัญหาให้บานปลายขึ้นด้วย
ประเด็นสุดท้าย ชัดเจนว่าคนที่มาวัดมาปฏิบัติธรรม สิ่งที่เห็น ก็คือการนั่งปฏิบัติธรรมกันจริง
แต่ถ้าสมมุติว่าเป็นการชุมนุม
ก็ไม่ได้เป็นอะไร เพราะชุมนุมในที่รโหฐาน เป็นที่ส่วนบุคคล ไม่ได้ออกไปข้างนอก เป็นสิทธิของบุคคลที่อยากจะรู้เฉยๆว่าภาครัฐมีความสุจริตใจยังไง ทางภาครัฐก็แค่แสดงความสุจริตใจออกมา
แค่นั้นเอง ไม่ได้ยากอะไร
ภาพที่เห็นคือทางคนวัดไม่ได้มีเจตนาจะขัดขวางเจ้าหน้าที่
หรือเป็นโล่อะไรก็ตามให้ผู้ที่เจ้าหน้าที่่จะเข้าจับกุม แต่ต้องการความยุติธรรมสุจริตใจ ไม่เกี่ยวกับหลวงพ่อ หรือใครก็ตาม เป็นสิทธิพื้นฐานของคน
เพราะหากเจ้าหน้าที่ไม่ได้ยืนบนความยุติธรรมจริงๆ
ต่อไปจะมีผลกระทบต่อคนทั้งประเทศ
เพราะถ้าความอยุติธรรมเกิดขึ้นในสังคมได้ แล้วเกิดขึ้นกับคนที่มีคุณงามความดี เกิดกับคนที่เป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชน ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับคนแบบนี้ได้ ย่อมจะเกิดกับคนอื่นๆในประเทศได้เหมือนกัน
แทนที่จะมองในแง่ลบอย่างที่เรากำลังวิพากวิจารณ์กัน
ควรจะขอบคุณคนกลุ่มนี้ด้วยซ้ำ
ที่ออกมาปกป้องสิทธิของคนทั้งประเทศ
รวมถึงพวกคุณด้วย
Cr.นักวิชาการอิสระ


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น